วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

การบำรุงรกษาเครื่องคอมพิวเตอร์

1. สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 
            1. ความร้อน  ได้แก่  ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องคอมพพิวเตอร์เองและภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์  เนื่องจาก  คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าในการทำงาน  เป็นสาเหตุให้มีกระแสไฟฟ้าที่เป็นพลังงานให้กับอุปกรณ์ภายในบางส่วนสูญเสีออกมาในรูปของ
ความร้อน ซึ่งความร้อนนี้เองเป็นสาเหตุของความเสียหายกัยอุปกรณ์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์



           2. ฝุ่นผง  อาจทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง  เพราะฝุ่นสามารถเกาะพื้นผิวชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์  เช่น  แผงวงจรภายใน  
เมื่อนานๆ  ไปจะเคลือบหนาขึ้นและยึดติดแน่นจนทำให้เป็นฉนวนกั้นความร้อนทำให้แผงวงจรนั้นไม่สามารถระบายความร้อนได้ซึ่งเป็นผลเสียต่อ
เครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง  เพราะฉะนั้น  ควรกำจัดฝุ่นผงภายในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ  ถ้าเป็นเครื่องที่ใช้ในบ้านควรทำความสะอาด อย่างน้อยปีละ 
1 ครั้ง  ถ้าเป็นเครื่องที่ใช้ภายในสำนักงาน  ควรทำความสะอาดทุก 6 เดือน
          หรือแม้แต่พัดลมระบายความร้อน  ถ้ามีฝุ่นมากๆ ก็อาจทำให้ทำงานติดขัด  การระบายความร้อน
ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร  วิธีการแก้ปัญหานี้  คือ ถ้าเกิดเป็นห้องที่มีการติดเครื่องปรับอากาศแล้ว  ต้องสำรวจว่ามีเครื่องกรองอากาศเพื่อลดผุ่งละอองในห้องแล้วหรือยัง
สำหรับห้องที่ไม่ใช้ห้องปรับอากาศ  อาจจะให้อุปกรณ์หรือผลิตภัณฆ์ทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์  เช่น แปรง  และชุดดูดฝุ่นเล็กๆ  ซึ่งจะช่วยยืด
อายุการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้เลยทีเดีียว  แต่ที่สำคัญไม่ควรนำเครื่องดูุดฝุ่นสำหรับใช้ในบ้านเรือนหรือในรถยนต์มาดูดฝุ่นคอมพิวเตอร์เด็ดขาด  
เพราะนอกจากฝุ่นแล้วชิ้นส่วนบางส่วนชิ้นบนเมนบอร์ดอาจดูดไปด้วย


          3. แม่เหล็ก  ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง  แต่จะสร้างความเสียหายให้กับข้อมูลที่อยู่แผ่นดิสก์หรือแม้กระทั่งฮาร์ดิสก์ ได้  ซึ่งอาจถึงขั้นไม่ได้เลย  จอภาพก็เป็นแหล่งกำเนิดแรงแม่เหล็กด้วย  เช่นกัน  ดังนั้น  ถ้าผู้ใช้เผลอวางแผ่นดิสก์ไว้ใกล้จอภาพก็อาจทำให้ข้อมูลภาบใน
ดิสก์เสียหาย  ลำโพงก็เป็นแหล่งกำเนิดแม่เหล็กได้เช่นกัน  รวมถึงมอเตอร์ที่ภายในเครื่องพิมพ์ก็เป็นแหล่งกำเนิดแม่เหล็กได้เช่นกัน

          4. น้ำและของเหลว  เป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่าย  สาเหตุเพราะ  น้ำและของเหลวจะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้หลายทาง
ด้วย กันทางที่ดีควรหาพลาสติกมาคลุมเครื่องไว้เมื่อไม่ใช้งาน

          5. กระบวนการเกิดสนิม  ตัวการที่ก่อให้เกิดสนิมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งภายนอกและแผงวงจรภายใน  ได้แก่
                    - เกลือและเหงื่อ
                    - น้ำ
                    - อากาศ (ที่มีกรดซัลฟูริก กรดเกลือ  หรือกรดคาร์บอนิกส์)
          ปัญหาใหญ่  ก็คือ  การเกิดสนิมที่อุปกรณ์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์  เพราะอาจทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถใช้งานได้หรือทำงานผิดพลาด 
 เพราะฉะนั้น  จึงควรระมัดระวังสิ่งที่จะทำให้เกิดสนิม  สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์

          6. ระบบไฟฟ้า  สำหรับคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า UPS ซึ่งคววรจะเป็นแบบที่มีทั้งระบบไฟฟ้าสำรองและระบบควบคุม กระแสไฟฟ้า  ที่เรียกว่า  สเตบิไลเซอร์ (Stabilizer)
          ถ้าเกิดไฟฟ้าดับภายในบ้าน  ก็ยังมีเวลาบันทึกไฟล์เก็บไฟล์ได้ทัน  หรือถ้ากรณีไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก ตัวสเตบิไลเซอร์ก็จะกักไฟฟ้าส่วน เกินหรือเสริมส่วนที่ขาดไม่ให้คอมพิวเตอร์ต้องเกิดความเสียหาย


          


          7. ไฟฟ้าสถิตหรือฟ้าผ่า  ชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนเมนบอร์ดแทบทุกชิ้นจะไวต่อไฟฟ้าวถิตมาก  ยิ่งเมื่อถึงเวลาอากาศหนาวๆ แล้ว (ต่างประเทศ) จะต้องมีดทปติดกับข้อมือแล้วต่อสายไฟฟ้าที่เป็นสายดิน  เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าสถิตจากตัวสร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
แต่ถ้าวันไหนเพียงรู้สึกว่าอากาศแห้งๆแล้วควรลดไฟฟ้าสถิตในตัวเองงก่อนเช่นสัมผัสกับโลหะชิ้นอื่นอย่างตู้เอกสารโลหะก่อนที่จะเริ่มเปิดฝาเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อดูชิ้นส่วนภายใน
อีกสิ่งที่สร้างความเสียหายรุนแรงให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์  คือ  ฟ้าผ่า  แม้ว่าฌอกาสจะเกิดได้ยาก เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มีสายอากาศ แบบโทรทัศน์  แต่เวลามีพายุฝนฟ้าคะนอง  ไฟฟ้าสถิตในอากาศขณะนั้นจะสูง  ความชื่นก็สูงด้วย  ทางที่ดีอย่าพยายามเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่วง
ที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง  เพราะแม้ว่าฟ้าจะไม่ได้ผ่าลงเครื่องโดยตรง  แต่ไฟฟ้าสถิตในอากาศก็สามารถสร้างความเสียหายให้คอมพิวเตอร์ในขณะที่กำลัง
ทำงานอยู่ได้


2. การบำรุงรักษาฮาร์ดเเวร์
1.การดูแลรักษา ทางด้านฮาร์ดแวร์( Hardware )1.1 เรื่องความสะอาดภายในเครื่อง คือ ฝุ่น, ใยผ้า, ใยแมงมุม, เส้นผม  พวกนี้มันจะไปเกาะอยู่ที่ซิงค์ระบายความร้อน ทำให้การระบายความร้อนของอุปกรณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ควรดูแลทำความสะอาด เรื่องนี้ให้ความสำคัญมากหน่อย รับรองอายุการใช้งานมากขึ้น
 1.2 ที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ ที่เราไปวางไว้เป็นมุมอับ การระบายความร้อนจะไม่ดีเท่าที่ควร แนะนำ อย่าวางใกล้ชิดติดกำแพง หรือไปวางในมุมอับ ควรเป็นมุมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จะดีที่สุด ถ้าไม่มีมุมที่ตั้งจริงๆ ก็เอาพัดลมเป่าช่วยก็ได้
1.3 สังเกตสิ่งผิดปกติของอุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ ลอง เปิดฝาข้างๆคอมพิวเตอร์ออกมา สังเกตดูภายใน ตัวอุปกรณ์ ว่ามีรอยไหม้ หรือที่ตัวอุปกรณ์อิเลิกทรอนิคส์ เช่น ตัวคาปาซิสเตอร์ ( ตัวทรงกระบอกที่หัวมีกากบาทที่บนหัว ) ว่ามันบวมๆ ทำถ้าจะพุพองออกมารึเปล่า มีน้ำยาเยิ้มออกมาไหม ถ้าเจอว่ามี รีบส่งซ่อมเลย เดี๋ยวคอมพิวเตอร์เราจะเสียมากกว่าเดิม แล้วก็พวกพัดลมต่างๆในเครื่องว่าหมุนดี ทุกตัวรึเปล่า ตัวไหนหยุดหมุน ก็เปลี่ยนได้ ไม่จำเป็นถึงขั้นต้องซื้อเครื่องคอมใหม่ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ก็อาจต้องซื้อใหม่ได้
2.การดูแลรักษา ทางด้านซอฟแวร์ ( Software ) เรื่องซอฟแวร์  ยากเหมือนกันนะ มีโอกาสเจอได้หลายรูปแบบ อธิบายยากอยู่ แต่เอาแค่ ข้อระมัดระวัง ดูแลรักษาเบื้องต้นดีกว่า ง่ายๆทำได้เอง ไม่เป็นไม่ค่อยรู้เรื่องก็ยังทำได้บ้าง แล้วค่อยเรียนรู้ต่อไป
2.1 การลงโปรแกรม  อันไหนไม่ใช้ก็ไม่ต้องลง ลงเฉพาะที่เราใช้ เป็นดี เอาโปรแกรมเข้าๆออกๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่  บางทีเครื่องอืดไปเลยก็มี แฮงค์ๆค้างๆ บางโปรแกรมกลับใช้ไม่ได้อีก อะไรประมาณนี้ ทางที่ดีก็ลงเท่าที่ใช้เป็นดี พวกเกมก็เหมือนกัน กินพื้นที่ในฮาดส์ดิสเยอะ เดี๋ยวพื้นที่จะน้อยเกินไปจนวินโดว์ทำงานไม่ได้ โดยเฉพาะในไดร์ซี ระวังๆตรวจสอบดูพื้นที่เหลือบ้าง ก่อนจะลงโปรแกรมอะไรลงไป
2.2 การเก็บข้อมูล ข้อมูล เอกสาร ไฟล์ต่างๆที่เราจะเก็บไว้ แนะนำอย่าไปเก็บในไดร์ซี ให้เก็บไปไว้อีกไดร์ ที่เราได้แบ่งฮาดส์ดิสเอาไว้ เป็นที่สำรองข้อมูลของเราดีที่สุด ปกติไดร์ซี เป็นไดร์ที่ลงโปรแกรมเสมอ เวลามีปัญหาไดร์ซีก็โดนก่อน ฉะนั้นอย่าไปเก็บเลยนะค่ะไดร์ซี ไปไว้ที่อื่นแทน จะได้ข้อมูลไม่หายกัน ไดร์ซีก็ไม่เต็มเร็วด้วยนะค่ะ โดยเฉพาะ เพลง กับ หนัง เนี่ย กินพื้นที่เยอะเนอะ
2.3 รู้จักสังเกตโปรแกรมแปลกๆ โปรแกรมแปลกๆที่เราไม่เคยเห็นในเครื่องเราตั้งแต่แรกๆที่เราใช้ ถ้ามีมา แล้วรู้ว่าเป็นโปรแกรมอะไร ถ้าไม่จำเป็นก็เอาออกไปเลยค่ะ ฉันว่ามันเด้งน่ารำคาญใจดีแท้ แต่ถ้าจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ก็ไม่ว่ากัน บางทีติดมากับตอนที่เราเล่นเน็ต ตอนที่เราคลิก Yes Ok เนี่ยหละค่ะ คลิกแบบไม่ได้อ่านว่ามันคืออะไร หรือว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจแปลไม่ออก เลย Yes Ok ไว้ก่อน แต่ถ้าไม่รู้จริงๆว่ามันคือโปรแกรมอะไรก็เอาไว้ก่อน 

3. การใช้งาน Defrag ฮาร์ดดิสก์
การทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์หรือ Disk Defragmenter ก็คือการทำการจัดเรียงข้อมูลของไฟล์ต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ ให้มีความต่อเนื่องหรือเรียงเป็นระบบต่อ ๆ กันไป ประโยชน์ที่จะได้รับคือ ความเร็วในการอ่านข้อมูลของไฟล์นั้น จะมีการอ่านข้อมูล ได้เร็วขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นถ้าหากมีไฟล์ที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ ที่มีการเก็บข้อมูลแบบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อต้องการอ่าน ข้อมูลของไฟล์นั้น หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ก็จะต้องมีการเคลื่อนย้ายไปมาเพื่อทำการอ่านข้อมูลจบครบ หากเรามีการทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์ แล้วจะทำให้การเก็บข้อมูลจะมีความต่อเนื่องกันมากขึ้น เมื่อต้องการอ่านข้อมูลนั้น หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์จะสามารถอ่านได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายหัวอ่านบ่อยหรือมากเกินไป จะทำให้ใช้เวลาในการอ่านได้เร็วขึ้น
ที่จริงแล้ว ยังมีโปรแกรมของบริษัทอื่น ๆ อีกหลายตัวที่สามารถทำการจัดเรียงข้อมูลให้มีความต่อเนื่องกันได้ เช่น Speeddisk ของ Norton และอื่น ๆ อีกมาก แต่ในที่นี้จะขอแนะนำหลักการของการใช้โปรแกรม Disk Defragmenter ที่มีมาให้กับ Windows อยู่แล้ว ไม่ต้องไปค้นหาจากที่อื่นครับ

ข้อแนะนำก่อนใช้โปรแกรม Disk Defragmenter
เพื่อให้การใช้งาน Disk Defragmenter มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก่อนการเรียกใช้โปรแกรม Disk Defragmenter ควรจะเรียกโปรแกรม Walign ก่อนเพื่อการจัดเรียงลำดับของไฟล์ที่ใช้งานบ่อย ๆ ให้มาอยู่ในลำดับต้น ๆ ของฮาร์ดดิสก์ครับ โดยที่โปรแกรม Walign จะทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลการใช้งานไฟล์ ที่มีการเรียกใช้บ่อย ๆ ไว้ และนำมาจัดการเรียงลำดับ ให้อยู่ในส่วนแรก ๆ ของฮาร์ดดิสก์ ดังนั้นการที่เราเรียกโปรแกรม Walign ก่อนการทำ Disk Defragmenter จะเป็นการเพิ่มความเร็วของการอ่านข้อมูลได้อีกทางหนึ่ง โปรแกรม Walign จะอยู่ใน Folder C:\WINDOWS\SYSTEM\Walign.exe ครับ เปิดโดยการเข้าไปใน My Computer และเลือกไฟล์


กดดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Walign เพื่อเรียกไฟล์ Walign.exe


โปรแกรมจะเริ่มต้นการ Tuning up Application เมื่อเสร็จแล้วจึงทำการ Defrag ต่อไป
นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการทำ Disk Defrag คือต้องปิดโปรแกรมต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ในขณะนั้นให้หมดก่อน เช่น Screen Saver, Winamp หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่จะต้องทำให้มีการอ่าน-เขียน ฮาร์ดดิสก์ บ่อย ๆ เพราะว่า เมื่อใดก็ตามที่ฮาร์ดดิสก์มีการอ่าน-เขียนข้อมูล จะทำให้โปรแกรม Disk Defragment เริ่มต้นการทำ Defrag ใหม่ทุกครั้ง ทำให้การทำ Defrag ไม่ยอมเสร็จง่าย ๆ หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows แบบ Safe Mode โดยการกด F8 เมื่อเปิดเครื่องเพื่อเข้าหน้าเมนู และเลือกเข้า Safe Mode แทนก็ได้

การเรียกใช้โปรแกรม Disk Defragmenterเรียกใช้โปรแกรม Disk Defragmenter โดยการกดเลือกที่ Start Menu เลือกที่ Programs และเลือก Accessories เลือกที่ System Tools และเลือก Disk Defragmenter ตามรูปตัวอย่าง


เลือกที่ Disk Defragmenter เพื่อเรียกใช้โปรแกรม Defrag


เลือกที่ Drive ที่ต้องการทำ Defrag และกด OK เพื่อเริ่มต้นการทำ Defrag หรืออาจจะเลือกที่ Settings... เพื่อทำการตั้งค่าต่าง ๆ ก่อนก็ได้


Rearrange program files... เลือกถ้าต้องการให้มีการจัดเรียงลำดับการเก็บข้อมูลของไฟล์
Check the drive... เลือกถ้าต้องการให้มีการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ก่อนการทำ Defrag
This time only เลือกถ้าต้องการให้การตั้งค่าข้างบน มีผลเฉพาะการเรียก Disk Defragmenter ในครั้งนี้เท่านั้น
Every time I degragment... เลือกถ้าต้องการเก็บค่าที่ตั้งไว้ให้ใช้ตลอดไปโดยไม่ต้องเข้ามาเลือกใหม่
เมื่อเลือกได้แล้วก็กด OK (แต่ขอแนะนำให้เลือกใช้ค่าที่ตั้งไว้อยู่แล้ว จะดีกว่า)


เมื่อกด OK ก็จะเริ่มต้นการทำ Disk Defragment ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ จะค่อนข้างนานมากนะครับ ประมาณ 1-4 ชม.ทีเดียว ดังนั้นก็นาน ๆ ทำสักครั้งก็พอ ไม่ต้องทำบ่อยนัก ถ้าสงสารฮาร์ดดิสก์ที่ต้องมีการทำงานที่หนัก ๆ มากครับ โดยส่วนตัวผมแนะนำว่า ถ้าไม่มีการลงโปรแกรมต่าง ๆ บ่อยนักก็ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้

4. การใช้งาน Disk Defragmenter
 1.เปิดโปรแกรม Disk Defragmenter โดยกดปุ่ม Start > Accessories > System Tools > Disk Defragmenter
Disk-Defragmenter-1

           2.คลิก Defragment disk เพิ่อเริ่มจัดระเบียบข้อมูลบนดิสก์
Disk-Defragmenter-2

           3.โปรแกรมจะทำการจัดระเบียบให้ฮาร์ดดิสก์
Disk-Defragmenter-3

           ในช่วงเวลาที่ Disk Defragmenter กำลังทำงาน ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องทำงานอื่นไปพร้อมกัน เพราะโปรแกรมเหล่านั้นอาจบันทึกข้อมูลเพิ่มในไดร์ฟระหว่างที่โปรแกรมกำลังจัดระเบียบข้อมูล ซึ่งอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีไปจนถึงเป็นชั่วโมง เมื่อทำงานเสร็จจะแสดงหน้าจอแจ้งให้เราทราบ

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

การติดตั้ง Windows 7

วิธีลง Windows 7
          1.Restart และกำหนดให้เครื่องบูตจากแผ่น DVD โดยขั้นตอนการบูตของ Windows เริ่มต้นให้เรากดปุ่ม F2 หรือ Del แล้วแต่รุ่นของไบออสในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ในที่นี้ยกตัวอย่างดังภาพด้านล่าง ซึ่งหลักการก็คือเมื่อเข้าไบออสได้แล้ว ให้ตั้งค่าบูตจากแผ่น CD/DVD เป็นอันดับแรก
          ** ส่วนมากเครื่อง PC จะกดปุ่ม Del
          ** โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่จะกดปุ่ม F2
                   - ในตัวอย่างนี้ให้กดปุ่มลูกศรที่คีย์บอร์ดเลื่อนลงมาเลือก Advanced BIOS Features
install-Windows-7-1

                   - ให้เลื่อนลงมาเลือกตรง First Boot Device กด Enter แล้วเลือกเป็น CD/DVD ROM
install-Windows-7-2

                   - เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้กดปุ่ม F10 บนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์ Y หลังจากนั้นกด Enter
install-Windows-7-3

          2.เริ่มขั้นตอนการลง Windows 7 จากแผ่น DVD สังเกตว่าเมื่อเครื่องเริ่มบูตจากแผ่นจะขึ้นข้อความดังภาพ ในขั้นตอนนี้ให้เรากดปุ่มใดๆ บนคีย์บอร์ดก็ได้เพื่อทำการบูต Windows
install-Windows-7-4
install-Windows-7-5
install-Windows-7-6

          3.เลือกภาษาที่ใช้ในระหว่างการลง
          4.เลือกประเทศ ในที่นี้เลือกประเทศ Thai
          5.เลือกวิธีจัดวางคีย์บอร์ดที่รองรับภาษาไทย จากนั้นคลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-7

          6.คลิกปุ่ม Install now
install-Windows-7-8

          7.เลือกเวอร์ชันของ Windows 7 ที่ต้องการลง จากนั้นคลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-9

          8.คลิก I Accept ยอมรับข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์  แล้วคลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-10

          9.คลิก Custom (Advanced)
install-Windows-7-11

** เรื่องเกี่ยวกับฟอร์แมตพาร์ติชันก่อนลง Windows 7 **
          ก่อนเข้าสู่การลง Windows 7 ขั้นตอนถัดไป หากไดร์ฟ หรือพาร์ติชันที่ต้องการลง Windows 7 เป็นไดร์ฟเก่าที่ยังคงมีข้อมูลเดิมอยู่ เราสามารถเลือกฟอร์แมตไดร์ฟนี้ก่อนได้ เพื่อล้างข้อมูลทั้งหมดบนไดร์ฟที่เลือก และเป็นการจัดระเบียบพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ใหม่ด้วย
           การฟอร์แมตพาร์ติชันนี้ เราสามารถเลือกใช้คำสั่งระหว่างขั้นตอนการ ลง Windows 7 ได้ทันที โดยในขั้นตอนการเลือกพาร์ติชันสำหรับลง Windows 7 ให้เราคลิกที่ Drive options (Advanced) และเข้าไปเลือกสั่งฟอร์แมตพาร์ติชันก่อนได้ ดังนี้
                   - เลือกพาร์ติชันสำหรับ ลง Windows 7 ที่จะฟอร์แมตก่อน
                   - คลิกที่ Drive options (Advanced)
install-Windows-7-13

                   - จะปรากฏคำสั่งสำหรับจัดการพาร์ติชัน ให้คลิกที่ Format เพื่อสั่งฟอร์แมตพาร์ติชันที่เลือก
นอกจากคำสั่ง Format แล้ว ในส่วนของ Drive options ยังมีคำสั่งอื่นๆ สำหรับจัดการพาร์ติชันที่เลือกอีก ดังต่อไปนี้
          Refresh : ให้โปรแกรมติดตั้งตรวจสอบพื้นที่พาร์ติชันใหม่อีกครั้ง
          Delete : ลบพาร์ติชันที่เลือกอยู่ ผลลัพธ์ที่ได้จะได้พาร์ติชันที่ไม่มีการจัดรูปแบบ (Unpartitioned space)
          New : เลือกสร้างพาร์ติชันใหม่ (ต้องมีพื้นที่พาร์ติชันที่ยังไม่มีการจัดรูปแบบอยู่ด้วย เพื่อดึงพื้นที่ไปใช้)
          Load Driver : โหลดไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพิ่มเติม เช่น ไดรเวอร์ฮาร์ดดิสก์ SATA รุ่นใหม่
          Extend : ขยายขนาดของพาร์ติชันที่เลือก
install-Windows-7-14

                   - แจ้งว่าข้อมูลบนไดร์ฟที่เลือกทั้งหมดจะถูกลบทิ้ง ให้เราคลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันการฟอร์แมต
install-Windows-7-15

                   - โปรแกรมติดตั้งจะทำการฟอร์แมตพาร์ติชัน ให้เรารอสักครู่

          10.เมื่อ Format เสร็จแล้ว ให้คลิกเลือกไดรฟ์ที่จะลง Windows ข้อสังเกตหลังจากเรา Format แล้วพื้นที่ไดรฟ์ในส่วนของ Total Size และ Free Space จะเท่ากัน
          11.คลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-12

          12.ขั้นตอนนี้จะมีการก๊อบปี้ไฟล์ลงไดรฟ์ที่เราเลือกลง Windows 7
install-Windows-7-17

          13.บางครั้งอาจมีการ Restart เครื่อง
install-Windows-7-18

          14.จะพบหน้าต่างสำหรับการปรับแต่งครั้งแรกก่อนมีการใช้งาน ให้รอสักครู่
          15.เมื่อขั้นหน้าต่างดังภาพ ให้กรอกชื่อผู้ใช้ (User Name)
          16.กรอกชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นคลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-19

          17.ตั้งรหัสผ่าน
          18.กรอกรหัสผ่านเดิมซ้ำอีกครั้ง
          19.กรอกข้อความที่ใช้ไขปริศนารหัสผ่านในกรณีลืมรหัสผ่าน จากนั้นคลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-20

          20.กรอก Product Key จากนั้นคลิกปุ่ม Next
install-Windows-7-21

          21.คลิก User recommended
install-Windows-7-22

          22. ตั้งวันที่ และเวลาให้ถูกต้อง หลังจากนั้นคลิกปุ่ม Next
                    - Time zone UTC+07.00 Bangkok,Hanoi,Jakarta
install-Windows-7-23

          23.เสร็จสิ้นขั้นตอนการลง Windows 7
install-Windows-7-24
install-Windows-7-25
          เพียงเท่านี้เครื่องเราก็จะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ได้แล้ว ซึ่งจากขั้นตอนการลง Windows 7 ดังกล่าวนั้น ผู้อ่านสามารถทำตามทีละขั้นตอนได้เลย 

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โปรเเกรม Multimedia

1. หาโปรเเกรม ดูหนัง ฟังเพลง 
3. โปรเเกรม 

Miro 
เป็นโปรแกรมสำหรับบริหารจัดการไฟล์เพลงและไฟล์หนังได้อย่างครบวงจร โปรแกรมสามารถใช้งานโดยใช้งานฐานข้อมูลของ iTunes ได้ทันที ทำให้เราสามารถดูหนังแบบ HD และฟังเพลงโดยไม่ต้องสร้างฐานข้อมูลเพลงและหนังใหม่ โปรแกรมสามารถใช้ในการดาวน์โหลดคลิปวีดีโอจากอินเตอร์เน็ต สามารถใช้โหลดบิตแทนโปรแกรมโหลดบิตทั่วไป นอกจากนั้นโปรแกรมยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง Google Store เพื่อทำการ sync ข้อมูลระหว่าง Miro และอุปกรณ์ Android โปรแกรมสามารถใช้ในการแปลงไฟล์วีดีโอเพื่อใช้ลงอุปกรณ์มือถือ Android, iOS, และอุปกรณ์อื่นๆ หากมีการใช้งาน Miro บนหลายเครื่องในเน็ตเวิร์คเดียวกัน โปรแกรมก็ยังสามารถใช้แชร์ไฟล์ต่างๆ ผ่าน Wifi ได้อีกด้วย

KMPlayer 
ได้เวลาอัพเดทกันอีกแล้วกับสุดยอดโปรแกรมดูหนังฟังเพลงยอดฮิต โปรแกรมนี้นับได้ว่าเป็นโปรแกรมอันดับต้นๆ คู่ใจคอหนังก็ว่าได้ เนื่องจากโปรแกรมสามารถใช้ดูหนังและฟังเพลงได้ทุกนามสกุลได้ทันทีโดยไม่ต้องลง codec เพิ่มเติมภายหลัง โปรแกรมรองรับการใช้งานด้านการดูหนังฟังเพลงอย่างเต็มรูปแบบ สามารถปรับแต่งระบบภาพและเสียง พร้อมทั้งซับไตเติ้ลได้อย่างอิสระ โปรแกรมมีระบบ KMP+ ที่จะช่วยแนะนำหนังน่าสนใจ คลิปที่กำลังมีคนพูดถึง รวมทั้งเล่นเกมส์สนุกๆ ได้ทันทีจากโปรแกรม สำหรับเวอร์ชั่นอัพเดทล่าสุดก็มีการเพิ่มระบบ Instant View ที่เป็นภาพพรีวิวบน seek bar คล้ายกับในยูทูป, แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย, เพิ่มระบบ resync ซับไตเติ้ล เป็นต้น

GOM Media Player
เป็นโปรแกรมดูหนังฟังเพลงทุกนามสกุลได้ทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม โปรแกรมออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดูหนังฟังเพลงทุกชนิดได้ทันทีที่ลงโปรแกรมเสร็จ ซึ่งโปรแกรมทั่วไปมักจะต้องมีการลง codec เพิ่มเติมเอง แต่โปรแกรมนี้ได้ลงไว้ให้เสร็จสรรพพร้อมใช้งาน โปรแกรมทำงานได้อย่างรวดเร็ว รองรับการปรับแต่งทั้งด้านระบบภาพ ระบบเสียง และระบบซับไตเติ้ลได้อย่างอิสระ โปรแกรมสามารถใช้เปิดดูไฟล์หนังทั่วไปได้ทุกนามสกุล สำหรับเวอร์ชั่นอัพเดทก็มีการอัพเดทการเปิดไฟล์ AAC, แก้ไขปัญหาการดูไฟล์ TS บางไฟล์, แก้ไขการเล่นไฟล์ MP4 ที่มีระบบซับไตเติ้ลในตัว, แก้ไขระบบการแสดง Recent Files บน Windows 7/8 เป็นต้น

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

6 โปรเเกรมจับหน้าจอ



Snagit
 เป็นโปรแกรมช่วยจับภาพหน้าจอแล้วเซฟเป็นไฟล์ยอดนิยมตัวหนึ่ง โปรแกรมนี้สามารถจับภาพได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเดสทอป วิดีโอ รูป โปรแกรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไร โปรแกรมนี้ก็สามารถจับภาพได้สบายๆ สามารถเลือกได้ว่าจะจับภาพทั้งหน้าจอหรือเฉพาะส่วนที่เลือกก็ได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับแต่งภาพที่ได้จากโปรแกรมได้เลย
โดยอาจจะเพิ่มคอมเม้นต์หรือคลิปอาร์ตอื่นๆ ก็ได้
Snagit (โปรแกรม จับภาพหน้าจอ ทุกอย่าง ที่ขวางหน้า) ถือเป็นอีกหนึ่ง โปรแกรมจับภาพหน้าจอ คุณภาพสูง ใช้กันมากๆ เลยนะครับ ในงานระดับมืออาชีพ โดยสามารถจับภาพ ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ อาทิเช่น การที่เราจะจับภาพของหน้าจอเว็บเพจ สักเว็บนึง ถ้าเว็บไหนยาวๆ เราต้องมานั่ง ทำที่ละส่วนแล้วนำภาพมาต่อกันเอง สำหรับโปรแกรมนี้กด Click ทีเดียวจบ



WinSnap (โปรแกรมจับภาพหน้าจอ อัดภาพหน้าจอ แต่งภาพได้) 
โปรแกรมขนาดเล็กๆ ที่มีประสบการณ์การพัฒนาอย่างยาวนาน ถือกำเนิดเวอร์ชั่นแรก ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2549 
(ค.ศ. 2006) ที่มีชื่อว่า WinSnap ตัวนี้เป็น โปรแกรมจับภาพหน้าจอ (Screen-Captured Software) ที่จะช่วยให้คุณได้สามารถ
 อัดภาพหน้าจอ บันทึกออกมาเป็นไฟล์รูปภาพในขนาดต่างๆ หรือ ตระกูลต่างๆ ได้หลากหลาย
 ขณะนี้มีผู้ใช้มากกว่าล้านคนจากทั่วโลก
โปรแกรม WinSnap นี้คุณสามารถเลือกพื้นที่บนหน้าจอได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น จับภาพหน้าจอ ทั้งหน้าจอ
 (เต็มจอ - Full Screen) หรือจะจับภาพเฉพาะโปรแกรม เฉพาะหน้าต่าง หรือเฉพาะพื้นที่ที่กำหนดได้เอง สะดวกสบายมากๆ เหมาะไปใช้สำหรับ ทำคู่มือการใช้งานโปรแกรม เว็บไซต์ หรือ ระบบต่างๆ ทำสื่อนำเสนอผลงาน (Presentation) ที่ต้องจับภาพหน้าจอจากเว็บเพจ เว็บไซต์ต่างๆ ไปนำเสนอแก่ลูกค้า ลูกศิษย์ หรือ อาจารย์ เป็นต้น และนอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังมีความสามารถในการแต่งภาพ เล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอ พอสวยได้ ไม่แพ้โปรแกรมแต่งภาพ
 ชื่อดังของโลกหลายๆ โปรแกรมอีกด้วย

5 โปรเเกรมเเต่งภาพ

Photo Scape PhotoScape (โปรแกรมทํากรอบรูปภาพฟรี ทํากรอบรูปเองง่ายๆ) : สำหรับโปรแกรม PhotoScape จัดถือเป็นโปรแกรมประเภท โปรแกรมแต่งรูป ที่สามารถจัดการรูปถ่ายได้ง่ายๆ มีความสามารถของ โปรแกรมทํากรอบรูป เจ๋งๆ แจกฟรี ให้คุณได้ไป ทํากรอบรูปเองง่ายๆ ทำกรอบรูปเก๋ๆ โดย โปรแกรมแต่งรูป PhotoScape ตัวนี้ออกแบบมาเอาใจคนที่ชอบถ่ายรูปแล้วโหลดลงคอมเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่ง PhotoScape มาพร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆ ครบครันสำหรับจัดการรูปภาพ และ โปรแกรมแต่งรูป PhotoScape มีฟังก์ชั่นทำกรอบรูปสวยๆ ให้เลือกใส่อีกหลายๆ แบบอีกด้วย ใช้งานก็ง่าย เหมือนกับร้านอัดรูปเลย

Photo Editor by Aviary 2.4.2

photo editor
 เป็นแอพแต่งภาพคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งโปรแกรม ด้วยยอดดาวน์โหลดในเดือนเมษายนกว่า 50 ล้านครั้ง ซึ่งแอพ Photo Editor สามารถช่วยให้ท่านสามารถ่ายรูป แต่งรูป และแชร์รูปภาพได้ทันทีจากโปรแกรม ความสามารถในการแตกแต่งรูปภาพที่เป็นจุดเด่นที่สุดของ Photo Editor ได้แก่
  • เลือกใส่ฟิลเตอร์หลากหลาย ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว
  • สามารถใส่เอฟเฟ็ก ลูกเล่นต่าง ๆ ให้กับภาพได้
  • ใส่กรอบ เฟรม หรือสแตมป์ให้กับรูปภาพได้
  • มีสติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ กวน ๆ หลากหลายทั้งไอคอนแบบสีและขาวดำ
  • สามารถเลือกสไตล์ของภาพได้ว่าจะเป็นกลางวัน กลางคืน โทนดำ มีหิมะ หรือปรับแบบสมดุลสี
  • สามารถตัดต่อภาพได้ วาดรูป ใส่ตัวอักษร คร๊อปภาพ หมุนภาพ ย่อ ขยาย ลบวัตถุต่าง ๆ ปรับแต่งแสง 

4 โปรเเกรมตัดต่อ

Audacity (โปรแกรมตัดต่อเสียง ทำ MP3 ริงโทน ทำ Sound Effect)

Audacity
Audacity (โปรแกรมตัดต่อเสียง ทำ MP3 ริงโทน ทำ Sound Effect หรือ mix เสียง ต่างๆ แจกฟรี) 
 โปรแกรม Audacity ตัวนี้ เป็น โปรแกรมตัดต่อเสียง ที่ช่วยให้คุณสามารถตัดต่อไฟล์เสียงต่างๆ อาทิเช่น ทำ MP3, ริงโทน, mix เสียง และ Sound Effectต่างๆ แล้วเซฟเป็นไฟล์ต่างๆ ได้แก่ WAV, AIFF, MP3, และ OGG
โปรแกรม Audacity นี้เหมาะสำหรับการตัดต่อเสียงต่างๆ เพื่อนำมาใช้งานต่างๆไม่ว่าจะเป็น ริงโทน เสียงเอฟเฟค (Sound Effect) ที่นำไปใช้กับงานสื่อต่างๆ ได้ โดย โปรแกรมตัดต่อเสียง ตัวนี้มีความสามารถในการ mix เสียง การใส่เอฟเฟค (Sound Effect) ลงไปในเสียง ต่างๆได้













Ulead Video Studio V.11 Plus Full 
02-05-2009 Views: 59
Ulead Video Studio 11 เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีการใช้งานไม่ยากจนเกินไป แม้ผู้ที่เริ่มใช้งานก็สามารถที่จะสร้างวีดีโอได้เหมือนกับผู้ที่มี ประสบการณ์ตัดต่อวีดีโอมานาน โปรแกรมนี้มีเครื่องมือต่างๆ สำหรับตัดต่อวีดีโออย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่จับภาพจากกล้องเข้าคอมพิวเตอร์ ตัดต่อวีดีโอ ใส่เอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆ แทรกดนตรีประกอบ แทรกคำบรรยาย ไปจนถึงบันทึกวีดีโอที่ตัดต่อกลับลงเทป, VCD, DVD หรือแม้กระทั่งเผยแพร่ผลงานทางเว็บ
โปรแกรม Ulead มีการทำงานเป็นขั้นตอนที่ง่าย ตั้งแต่จับภาพ ตัดต่อไปจนถึงเขียนลงแผ่น นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมยังมีเอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆ อีกมากมาย ไตเติ้ลสำเร็จรูปแบบมืออาชีพ รวมทั้งยังมีเครื่องมือที่ใช้สำหรับสร้างซาวนด์แทร็ค
ในการสร้างวีดีโอนั้น เริ่มแรกจับภาพวีดีโอจากกล้องหรือว่าดึงไฟล์วีดีโอจากแผ่น VCD/DVD เข้ามา จากนั้นก็ตัดแต่งวีดีโอที่จับภาพมา เรียงลำดับเหตุการณ์ ใส่ทรานสิชั่น (transtion - เอ็ฟเฟ็กต์ที่ใส่ระหว่างคลิปวีดีโอ ทำให้การเปลี่ยนคลิปวีดีโอจากคลิปหนึ่งไปยังอีกคลิปหนึ่งน่าดูยิ่งขึ้น) ทำภาพซ้อนภาพ ใส่ไตเติ้ล ใส่คำบรรยาย แทรกดนตรีประกอบ ซึ่งส่วนต่างๆ เหล่านี้จะแยกแทร็คกัน การทำงานในแต่ละแทร็คจะไม่มีผลกระทบกับกับแทร็คอื่นๆ เมื่อทำเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การเขียนวีดีโอลงแผ่น
การตัดต่อใน Ulead นั้น จะสร้างเป็นไฟล์ project ขึ้นมา (.VSP) ซึ่งไฟล์นี้จะเก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ หากว่าทำงานยังไม่เสร็จก็สามารถเปิดเพื่อทำงานต่อในภายหลังได้ ไฟล์นี้จะมีขนาดเล็ก การตัดต่อวีดีโอนี้ แม้จะตัดต่ออย่างไรในวีดีโอ ก็จะไม่มีผลกระทบต่อไฟล์ต้นฉบับ ข้อมูลการตัดต่อต่างๆ จะบันทึกอยู่ในไฟล์ project ทั้งหมด แต่เมื่อมีการสร้างวีดีโอที่ได้จากการตัดต่อ โปรแกรมอ่านข้อมูลจากต้นฉบับตามข้อมูลที่อ้างอิงในไฟล์ project นี้

3 โปรเเกรมเเปลงไฟล์

โปรแกรมแปลงไฟล์ Format Factory


Format Factory (โปรแกรมแปลงไฟล์ แปลงภาพ แปลงเพลง แปลงวีดีโอ ตามต้องการ) 
สำหรับโปรแกรม Format Factory เป็นรวมฮิตหรือ โปรแกรมแปลงไฟล์ ทั้ง แปลงภาพ แปลงเพลง และ แปลงวีดีโอ เอาเข้าไว้ด้วยกัน โปรแกรมแปลงไฟล์ ตัวนี้สามารถจัดการได้หมด อย่างเช่นไฟล์ VDO ก็สามารถแปลงไปมาได้ทั้ง MP4/ 3GP/ MPG/ AVI/ WMV/ FLV/ SWF ไฟล์ เพลง ก็ MP3/ WMA/ MMF/ AMR/ OGG/ M4A/ WAV
หากมาดูในส่วนของ การแปลงรูปภาพ โปรแกรมแปลงไฟล์ ของโปรแกรม Format Factory ก็ไม่น้อยหน้าทั้ง JPG/BMP/PNG/TIF/ICO ได้หมด เท่านั้นยังไม่พอ โปรแกรมแปลงไฟล์ ตัวนี้ยังทำการ Rip ไฟล์จากแผ่น CD เพลงมาเป็น MP3 ก็ยังทำได้ หรือจะจากแผ่น DVD มาทำเป็นไฟล์ VDO ตามต้องการจะเอาไปลงมือถือรุ่นไหนก็ยังเลือกได้

Program Features (คุณสมบัติ ความสามารถของ Format Factory โปรแกรมแปลงไฟล์) 
  1. โปรแกรมแปลงไฟล์ สนับสนุน แปลงไฟล์หนัง แปลงไฟล์ภาพยนตร์ แปลงไฟล์เพลง แปลงไฟล์รูปภาพ กลับไปกลับมา ได้อย่างลงตัว
  2. ซ่อมแซมไฟล์หนัง (ไฟล์ภาพยนตร์) หรือ ไฟล์เพลง ที่เสีย หรือ ไม่สามารถเปิดได้ ด้วยโปรแกรมเล่นหนัง โปรแกรมเล่นเพลง ให้กลับมาเปิดได้ ตามปกติ
  3. มีระบบ ช่วยลดขนาด ไฟล์มัลติมีเดีย (หนัง เพลง หรือ ภาพ) ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อเหมาะสมกับอุปกรณ์จัดเก็บ หรือเครื่องเล่น
  4. สนับสนุน การเล่นไฟล์บนเครื่อง iPhone / iPod touch / iPad ด้วย โปรแกรมแปลงไฟล์
  5. สามารถ หมุนรูปภาพ (Rotate) ซูม (Zoom) ย่อขยายรูปภาพ
  6. สามารถ RIP หนังออกจากแผ่น DVD ลงมาเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ได้ (DVD Ripper)
  7. รองรับกับอุปกรณ์พกพาทุกชนิดทั้งหลาย
  8. สนับสนุนภาษามากกว่า 62 ภาษา (ไม่มีภาษาไทย)
  9. สนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows ทุกประเภท


Super File Splitter (โปรแกรม ตัดต่อไฟล์) 
 Super File Splitter คือโปรแกรม Split/Join ไฟล์ โดยจะ Split ไฟล์ ตัดแบ่งไฟล์เป็นหลายๆ ส่วน แล้วสามารถนำชิ้นส่วนไฟล์เหล่านั้นมา Join รวมกันเป็นไฟล์เดียวที่เหมือนไฟล์ต้นฉบับได้ในภายหลัง
การตัดแบ่งไฟล์เป็นหลายๆ ส่วนเช่นนี้ เหมาะสำหรับการโอนถ่ายข้อมูล ในกรณีที่ไฟล์มีขนาดใหญ่เกินไป ยกตัวอย่าง เช่น การตัดแบ่งไฟล์ให้มีขนาดไม่เกิน 1.44MB เพื่อนำไปใช้โอนถ่ายข้อมูลบนแผ่น Diskette 1.44MB การตัดแบ่งไฟล์ให้มีขนาดไม่เกิน 128MB เพื่อนำไปใช้โอนถ่ายข้อมูลบน Flash Drive ความจุ 128MB การตัดแบ่งไฟล์ให้มีขนาดไม่เกิน 1MB เพื่อนำไป Upload ในการแนบไฟล์ไปกับ E-Mail
นอกจากนี้ การตัดแบ่งไฟล์ ยังมีประโยชน์ในการกระจายความเสี่ยงต่อความเสียหายของข้อมูล ในกรณีที่ข้อมูลนั้นๆ สามารถใช้การได้ แม้จะเกิดความเสียหายในบางส่วนก็ตาม เช่น ไฟล์ Audio, Video และข้อมูลนั้นๆ ถูก Split ตัดแบ่งเป็นหลายๆ ไฟล์ และถูกบันทึกในวัสดุที่อาจเกิดความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาได้ เช่น แผ่น CD นั่นหมายความว่า หากมีบางไฟล์เกิดความเสียหายจนใช้การไม่ได้ ก็ยังสามารถนำไฟล์ที่เหลือมา Join รวมกันได้ ...
Super File Splitter สามารถ Split/Join ไฟล์ได้หลายไฟล์ในการทำงานเพียงรอบเดียว โดยในการ Split สามารถเลือกได้ว่าจะ Split ให้แต่ละไฟล์มีขนาดเท่าใด หรือจะ Split ตัดแบ่งไฟล์เป็นกี่ไฟล์ ส่วนในการ Join สามารถเลือกได้ว่าจะ Join ชิ้นส่วนไฟล์ของแต่ละไฟล์ หรือจะ Join เฉพาะไฟล์ที่เลือกมาเท่านั้น ...
Super File Splitter สามารถ Encrypt/Decrypt หรือ เข้ารหัส/ถอดรหัส ไฟล์ ที่ถูก Split/Join เป็นการปกป้องข้อมูล ทำให้ข้อมูลในไฟล์นั้นๆ มีความปลอดภัยจากบุคคลอันไม่พึงประสงค์อีกด้วย ...
Super File Splitter ยังมีโปรแกรม Utility เล็กๆ คือ Mini File Extracter ที่สามารถ Copy ข้อมูลบางส่วนของไฟล์ได้ เหมาะสำหรับใช้กู้ข้อมูลในกรณีที่ไฟล์เกิดความเสียหายบางส่วน และเหมาะสำหรับการ Copy ข้อมูลบางส่วนของไฟล์ ในกรณีที่รู้ว่าข้อมูลที่ต้องการอยู่ในตำแหน่งใดในไฟล์นั้นๆ